12 พฤศจิกายน 2566…Booking.com มีการจัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นของผู้เดินทางเพื่อคาดการณ์เทรนด์การเดินทางท่องเที่ยวปี 2567 ซึ่งเจาะลึกถึงความต้องการของผู้เดินทางชาวไทย รวมถึงปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจออกเดินทาง แม้ว่าในช่วงที่ผ่านโลกต้องเผชิญกับความท้าทายไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด ภาวะสงคราม วิกฤติการณ์โลกเดือด แต่ผู้คนก็ยังไม่หมดไฟที่จะออกเดินทางไปท่องเที่ยว โดยผลการสำรวจของ Booking.com แสดงให้เห็นว่าในปี 2567 การเดินทางคือชีวิต โดย 89% ของผู้เดินทางชาวไทย (และ 78% ของผู้เดินทางทั่วโลก) เปิดเผยว่าพวกเขารู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิมเมื่อได้เดินทาง และ 88% ของผู้เดินทางชาวไทยเชื่อว่าพวกเขาได้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุดระหว่างออกท่องเที่ยว
นอกจากนี้ Booking.com ยังเผย 7 เทรนด์ท่องเที่ยวของ ปี 2567 โดยเทรนด์หนึ่งที่น่าสนใจก็คือนักเดินทางให้ความสำคัญกับ “การเที่ยวอย่างยั่งยืน” เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ โดย Booking.com ให้นิยมเทรนด์นี้ว่า “สุนทรียศาสตร์ของการเดินทางแบบยั่งยืน”
ในอดีตคำว่าความยั่งยืนกับความทันสมัยอาจไม่ใช่คำที่ไปด้วยกันได้เสมอไป หากได้ยินคำว่า “การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” หลายคนอาจจะนึกถึงภาพลานกางเต็นท์ที่เรียบง่ายและติดดิน แต่ในปี 2567 ความสำคัญของการออกแบบ นวัตกรรม และความใส่ใจได้มาบรรจบกันในเส้นทางของการเดินทางอย่างยั่งยืน เพื่อเปิดประตูบานใหม่สำหรับผู้เดินทางที่กำลังมองหาตัวเลือกที่ใส่ใจและมีความรับผิดชอบในแบบที่สร้างสรรค์มากขึ้น และไม่ได้ต้องการเพียงแค่ทริปท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบสั้น ๆ เท่านั้น
แต่ผู้เดินทางในปัจจุบันต้องการนำความตั้งใจเหล่านี้มาเป็นหลักในการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายของการมีส่วนช่วยลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และสร้างผลเชิงบวกต่อชุมชนและสังคมเพิ่มมากขึ้น
โดย 78% กำลังมองหาที่พักที่มีนวัตกรรมด้านความยั่งยืนที่ดูตื่นตาตื่นใจ 83% อยากเห็นการดำเนินการเพื่อความยั่งยืนที่เป็นรูปธรรม ในขณะที่ 65% ต้องการเห็นที่พักตกแต่งภายในด้วยพื้นที่สีเขียวและประดับด้วยต้นไม้ราวกับอยู่กลางธรรมชาติ
ผู้เดินทางจำนวนมากยังสนใจแพลตฟอร์มสำหรับการเดินทางแบบยั่งยืนที่มีตัวเลือก หรือ ข้อเสนอให้สามารถปลดล็อกสมนาคุณได้ (84%) เช่น อยากให้นำเสนอประสบการณ์ทดลองใช้ชีวิตกับคนในชุมชนท้องถิ่นหรือจุดหมายที่ไม่คุ้นเคย (47%) หรือ ข้อเสนอเป็นทริปการเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกลที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่อาจจะยังเข้าไม่ถึง (44%)
มิเชล เกา ผู้จัดการประจำภูมิภาคประจำกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขงของ Booking.com อธิบายเพิ่มเติมว่า “นักเดินทางกลุ่มนี้ต้องการแรงจูงใจในการเลือกท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เช่น เมื่อเปิดแอพลิเคชั่นมาก็สามารถเลือกได้ว่ามีที่พักที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”
อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนระอุ และคลื่นความร้อนทั่วโลก กระตุ้นให้เกิดเทรนด์การเดินทางแบบ “ทริปหนีร้อนไปพึ่งเย็น” ด้วย โดยผู้เดินทางจะมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่มีสภาพภูมิอากาศเย็นกว่าในชีวิตประจำวันที่เผชิญอยู่ เพื่อหาช่วงเวลาพักผ่อนสำหรับคลายร้อนและความกังวล ซึ่งนั่นเป็นโอกาสของประเทศไทยที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับน้ำค่อนข้างมากทั้งทะเล แม่น้ำ น้ำตก ดังนั้น 78% ของผู้เดินทางชาวไทย เผยว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลต่อการวางแผนการท่องเที่ยวในปีหน้า 75% มองหาสถานที่พักผ่อน หรือออกเดินทางเพื่อไปคลายร้อน เพราะอุณหภูมิแถวบ้านพุ่งสูงขึ้น และ 84% เห็นด้วยว่าการได้พักผ่อนใกล้ชิดกับสายน้ำทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นได้ทันที ในขณะที่ 40% สนใจการท่องเที่ยวพักผ่อนที่เน้นใกล้ชิดกับน้ำในปี 2567
สำหรับอีก 5 เทรนด์ที่เหลือเป็นเรื่องของ “เป็นตัวเองอย่างเต็มที่ เมื่อออกเดินทาง” ผู้เดินทางจะรู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้นด้วยการสร้างตัวตนใหม่ มีบุคลิกที่แตกต่างออกไปจากเดิมเมื่อออกเดินทาง “ขอให้ได้ลุ้น” กลุ่มที่ต้องการปล่อยใจไปกับความเซอร์ไพรส์ เปลี่ยนจากการวางแผนที่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามเช็คลิสต์ มาเป็นการลุ้นดูว่าจะได้เจออะไรบ้าง และอยากสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่เหมือนเปิดกล่องสุ่ม “ตามรอยต้นกำเนิดของความอร่อย” เป็นกลุ่มที่ต้องการสำรวจไปถึงจุดกำเนิดและรากวัฒนธรรมของอาหารจานเด็ดในขณะเดินทางท่องเที่ยว รวมถึงหันมาอนุรักษ์อาหารแบบต้นตำรับ “ผ่อนคลายเพื่อฟื้นพลัง” นักเดินทางที่เน้นท่องเที่ยวเพื่อพัฒนาร่างกายและจิตใจ เยียวยาความรู้สึกและคลายความเครียด “ยกระดับวันหยุดแบบ A La Carte” วิกฤตการณ์ค่าครองชีพทำให้ผู้เดินทางในปี 2567 หันมาหาวิธีรัดเข็มขัดเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังต้องการยกระดับการท่องเที่ยวให้มีความหรูหราแบบ “ตามสั่ง” หรือ “A La Carte”